Chinese Passion การเรียนภาษาที่ได้มากกว่าภาษา ซิน อารียา บัวผัน (เจ้าของเพจ Chinese Passion มีผู้ติดตาม 25k ในทวิตเตอร์)

เรารู้สึกว่ายิ่งยุ่งยิ่งมีเวลา ยิ่งยุ่งยิ่งต้องวางแผนให้ละเอียดและมีวินัยมาก

บางคนอาจจะมองว่าทำตั้งหลายอย่างน่าจะเหนื่อยน่าดู แต่เรากลับมองว่าสิ่งนี้มันทำให้เราชีวิตเรา ‘คุณค่า’

นี่คือคำพูดของ ซิน อารียา บัวผัน หรือซินอ้าย เจ้าของเพจ Chinese Passion ที่พูดถึงการแบ่งเวลาและใช้ชีวิตสำหรับการเรียนและฝึกฝนภาษาจีนของเธอ เธอเป็นเพียงนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่กำลังจะเป็นว่าที่บัณฑิตเร็วๆนี้ เธอสอบแพทภาษาจีนได้คะแนน 291 เต็ม 300 และยังมีโอกาสไปฝึกงานเป็นผู้ช่วยอาจารย์ในมหาวิทยาลัย National Kaohsiung University of Science and Technology (NKUST) ในประเทศไต้หวัน นอกจากเธอจะเป็นผู้รับความรู้ ธอยังเลือกเป็นติวเตอร์ที่แบ่งปันความรู้ที่เธอมีให้กับคนอื่น

วันนี้ The Plankton พาทุกคนมาสัมผัสความคิด ความมุ่งมั่น และเป้าหมายในด้านภาษาจีนของเธอกัน

The Plankton : อะไรเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจเรียนภาษาจีน

ซินอ้าย : จุดเริ่มต้นในการภาษาจีนจริง ๆ คงเริ่มจากตอนม.1 โรงเรียนบังคับให้เรียนภาษาจีนอาทิตย์ละ 2 คาบ ตอนแรกรู้สึกแค่ว่าทุกครั้งที่ได้เรียนมันมีความสุข มีความกระตือรือร้นมากกว่าวิชาอื่นมาก พอเรียนเสร็จก็รีบกลับบ้านมาทวน มาอ่านเพิ่ม เวลาตอบคำถามได้เหล่าชือก็จะชื่นชมเป็นพิเศษ เพื่อนในห้องมีอะไรเกี่ยวกับภาษาจีนก็จะเดินมาถามตลอด จนรู้สึกภูมิใจในตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองเรียนภาษาจีนได้ดีมาก เลยตัดสินเลือกเรียนศิลป์ภาษาจีน

The Plankton : มีการฝึกฝนและพัฒนาตัวเองอย่างไรบ้าง

ซินอ้าย : เน้นกลับไปทวนสิ่งที่เรียน อย่างในแบบเรียนมี CD ไว้ให้ฝึกฟังเราก็จะเปิดฟังไปด้วย เข้าไปสนทนาภาษาจีนกับเหล่าชือพูดผิดพูดถูกก็พูดไปเลย พอม.ปลายก็เริ่มฝึกคัดตัวอักษรภาษาจีนและเราว่าการตั้งเป้าหมายช่วยได้มากพอมีเป้าหมายชัดเจน พลังขับเคลื่อนก็จะยิ่งมาก อย่างเราตั้งเป้าหมายว่าจะต้องผ่านการสอบวัดระดับภาษาจีน หรือ Hsk 5 ให้ได้ภายในม.6 เราจะมีสมุดศัพท์ติดตัวตลอด ท่องวันละมากกว่า 20 คำ พออีกวันนึงก็ต้องกลับไปทวนของเดิม และเพิ่มพูนศัพท์ใหม่ทุกวัน ทำแบบนี้สม่ำเสมอและเราก็ทำได้สำเร็จวิธีนี้มันดูลำบาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้มันคุ้มค่ามาก (เราสอบได้ตามเป้าหมาย)  ใช้วิธีเลียนแบบวิธีการพูดของคนจีนหรือคนไต้หวัน ดู Youtube คอนเท็นต์ที่เราสนใจ ฟัง 1 รอบจับใจความ ฟังรอบที่ 2 ลองจดสิ่งที่ได้ยินทุกคำ ทุกประโยคลงไป รอบที่ 3 เก็บรายละเอียด รอบที่ 4 ตรวจทาน ฟังซ้ำอีกรอบ นอกจากจะได้ฝึกทักษะการฟัง พอฟังเสร็จยังลองฝึกพูดตามด้วย ก็จะได้ฝึกการพูดอีก สิ่งสำคัญของการฝึกในรูปแบบนี้คือ พยายามทำให้เป็นเรื่องง่ายเข้าไว้ วันละ 5-10 นาทีก็พอ แต่พยายามทำให้ได้ทำทุกวันสม่ำเสมอ ทวนซ้ำ ฝึกหัด ทวนซ้ำ ส่วนการอ่าน ก็อาจจะอ่านนิยายจีน หรือการอ่านซับคำบรรยายใต้วีดีโอ ก็ถือเป็นการฝึกการอ่านไปในตัว  ส่วนการเขียน ฝึกจากการเขียนไดอารี่

The Plankton : มีโอกาสได้ทำอะไรเกี่ยวกับภาษาจีน / ประสบการณ์ที่ผ่านมา

ซินอ้าย : มีโอกาสได้ทุนไปฝึกงานที่ไต้หวัน ณ National Kaohsiung University of Science and Technology (NKUST) หน้าที่หลัก คือ ผู้ช่วยอาจารย์ในมหาวิทยาลัย (Teacher Assistant) ภายใต้การดูแลของ หัวหน้าประจำภาควิชาภาษาอังกฤษ National Kaohsiung University of Science and Technology ลักษณะของงานจึงเกี่ยวข้องกับงานเอกสารเชิงวิชาการ และการเก็บบันทึกข้อมูลเพื่อใช้ในงานวิจัย ส่วนงานที่เกี่ยวกับภาษาจีน พิมพ์งานแปลกลอนสมัยราชวงศ์ถัง มีทั้งหมด 5 เล่ม รวมทั้งหมด 600 บทกลอน  และก่อนขึ้นปี 1 มีโอกาสได้ติวภาษาจีน ติว HSK และ PAT7.4 (การสอบความถนัดภาษาจีน) ถึงปัจจุบันมีประสบการณ์การสอนภาษาจีน 4 ปี การสอนภาษาจีนของเราไม่ได้สอนแค่เนื้อหา แต่ยังพยายามกระตุ้นแรงบันดาลใจในการเรียนภาษาจีนด้วย เพราะเราเชื่อว่าการเรียนอย่างมีเป้าหมายจะช่วยให้ผู้เรียนเรียนอย่างมีความสุข มีแรงบันดาลใจ และมีไฟในการเรียนเสมอ

The Plankton :  เริ่มทำเพจ Chinese Passion ได้อย่างไร

ซินอ้าย : เริ่มทำเพจตอนกำลังจะขึ้นปี 1 ตอนนั้นปิดเทอมยาวมาก ไม่รู้จะทำอะไรดี บวกกับพึ่งสอบทุกอย่างที่เกี่ยวกับการเข้ามหาลัยเสร็จ คะแนนเป็นที่น่าพอใจ แพทจีนได้ 291/300 และรู้สึกไม่อยากให้ความรู้ที่สะสมมาทั้งหมดสูญเปล่า จึงมีความคิดอยากสร้างพื้นที่สำหรับเก็บคลังความรู้ภาษาจีนหรือคลังศัพท์ เลขตัดสินใจเปิดเพจในทวิตเตอร์ สาเหตุที่เลือกในทวิตเตอร์เพราะเราเล่นบ่อยและนักเรียนมัธยมส่วนมากก็มักจะเล่นทวิตเตอร์เลยคิดว่าน่าจะเป็นช่องทางที่แชร์ความรู้และไปถึงกลุ่มเป้าหมายเด็กมัธยมที่กำลังเตรียมสอบแพทจีนได้ดีที่สุด

The Plankton :  ในเพจทำอะไรอยู่บ้าง  

ซินอ้าย : โพสต์คำศัพท์ภาษาจีนสำหรับการเตรียมสอบสอบ HSK และ PAT7.4 รวมทั้งศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน มีแบบทดสอบให้ทำและเฉลย บางทีก็จะโพสต์ประโยคคำคมแนวให้กำลังใจภาษาจีน

The Plankton :  เห็นว่าผลตอบรับดีเกินคาด

ซินอ้าย : ใช่ ตอนแรกแค่อยากจะหาพื้นที่แชร์ความรู้ภาษาจีน ไม่คิดว่าจะได้รับการตอบรับและมีคนสนใจภาษาจีนมากขนาดนี้ และนักเรียนที่เข้ามาเรียนด้วยก็มาจากช่องทางเพจทั้งหมดเลย ถือว่า ChinesePassion ได้มอบโอกาสดี ๆ หลายอย่างในชีวิตมาก พอเห็นว่าในทวิตเตอร์มีคนติดตามเพิ่มมากขึ้นแล้ว เลยตัดสินใจเปิดเพจใน IG เพิ่มด้วย ในไอจีจะเน้นแต่งโพสต์สวย ๆ เอาเนื้อหาที่ลงในทวิตเตอร์ มาจัดเรียงและตกแต่งภาพให้น่าอ่านเพิ่มเติม จนตอนนี้ก็ทำเพจมาเกือบ 4 ปีแล้ว

The Plankton :  วางแผนเป้าหมายที่จะต่อยอดหรือทำอะไรเพิ่มเติมในอนาคต

ซินอ้าย : ในอนาคตวางแผลนจะทำ Chanel Youtube เน้นไปที่การสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนภาษาจีน เช่น สร้างแรงบันดาลใจในการฝึกพูดภาษาจีน และจะโพสต์ศัพท์ให้เป็นระบบ ระเบียบมากขึ้น มีเวลาโพสต์ชัดเจน สไตล์การตกแต่งโพสต์ โทนสีก็จะต้องเป็นแบบเดียวกัน

The Plankton :  อะไรทำให้เริ่มต้นเป็นติวเตอร์

ซินอ้าย : เริ่มจากเพจ Chinese Passion หลังจากทำไปได้ไม่นานประมาณเดือนกว่า ๆ ก็มีน้องติดต่อให้ติวแพทจีน ด้วยความที่เราอยากลองทำอะไรใหม่ ๆ อยู่แล้ว และมั่นใจว่าความรู้ภาษาจีนตอนนั้นน่าจะเพียงพอที่จะถ่ายทอดต่อได้ แถมยังสามารถหาเงินได้อีกหนึ่งช่องทาง เลยตัดสินใจลองสอนเลย ตอนนั้นเริ่มติวไป 5 คน นั่งตามร้านกาแฟที่ต่าง ๆ พยายามเลือกบรรยากาศที่เสียงไม่ดังมาก สามารถนั่งนานได้

The Plankton :  เตรียมการสอนและมีวิธีการสอนอย่างไร

ซินอ้าย : อย่างแรกเลยเราจะให้นักเรียนมีการตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน มาเรียนเพื่ออะไร อยากเก่งภาษาจีนทำไม ทุกคนต้องจินตนาการภาพให้ชัดเจนตอนแรก ๆ ส่วนการเตรียมการสอนหนักมาก จำได้ว่าก่อนสอนครั้งแรก ใช้เวลาเตรียมไป 2 อาทิตย์เต็ม ๆ แต่พอสอนจริง ๆ เราก็ได้เรียนรู้ว่าผู้เรียนสำคัญที่สุด เราควรรู้ศักยภาพของผู้เรียนว่ามีพื้นฐานแค่ไหน สามารถไปได้เร็วแค่ไหน เราจะยัดเนื้อหาที่เตรียมมาทั้งหมดไม่ได้ แต่ก็ต้องวางแผนล่วงหน้าว่าถ้าสอนประมาณนี้จะสอนทันไหม จะช้าหรือเร็วเกินไปรึป่าว การสอนแต่ละครั้งต้องมีการประเมินจากน้องและประเมินตัวเองด้วย ช่วง 1-3 ปีแรกยังไม่ได้คิดวางแผนเป็นคอร์สสอนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะสอบ น้อง ๆ เรียนกับเรานานก็จริง แต่ไม่มีแผนการสอนใด ๆ ทั้งสิ้น สอนไปเรื่อย ๆ ตอนนี้เลยคิดพัฒนาเป็นคอร์ส คอร์ลละประมาณ 30 ชม. มีทั้งคอร์สปรับพื้นฐาน คอร์สแกรมม่า คอร์สตะลุยโจทย์ ก่อนเริ่มเรียนจะมี Outline ทั้งคอร์สส่งให้นักเรียนดูก่อน ดูว่าแต่ละครั้งเรียนวันไหนเรียนอะไรบ้าง มีการบ้านอะไรบ้าง จะได้เตรียมตัวและจัดเวลาถูก

The Plankton : มีทริคลับในการสอนไหม

ซินอ้าย : เราจะให้น้องทำแบบบันทึกการเรียน เรียกว่า กระบวนการเรียนรู้ K-W-L ก่อนเรียนประมาณ 3-5 วันจะให้น้องบันทึกเป้าหมาย ลำดับคณะและมหาวิทยาลัยที่เข้า เป้าหมายคะแนน และให้บันทึกว่าคุณรู้อะไรเกี่ยวกับเนื้อหาที่เราจะเรียนในวันนี้บ้าง (“K” หรือ “What I Already knew” ) และบันทึกว่าคุณอยากรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ อาจจะไปอ่านล่วงหน้า หรือมีข้อสงสัยอะไรก็สามารถตั้งข้อสงสัยได้  (“W” หรือ “What I want to know”) หลังจากนั้นจะทำการรวบรวมคำตอบ เพื่อเตรียมการสอน วิธีนี้จะเป็นการสอนเพื่อตอบโจทย์ผู้เรียนจริง ๆ ไม่ใช่อยากสอนอะไรก็สอน หรือถนัดสอนเรื่องนี้ก็จสอนแต่เรื่องนี้ เราต้องถามผู้เรียนด้วยว่าสนใจไหม อีกทั้งยังเป็นการทำให้ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้นในการเรียนรู้มากขึ้น ได้เตรียมอ่านล่วงหน้า และทบทวนตัวเองด้วย เมื่อเรียนเสร็จในแต่ละครั้งก็จะให้น้องทำแบบบันทึกหลังเรียน โดยจะพยายามให้น้องทำเลย หรือทำให้เสร็จภายในวันนี้ไม่งั้นจะลืม โดยจะให้ผู้เรียนบันทึกว่า ได้เรียนรู้อะไรในคลาสวันนี้ (“L” หรือ “What I have Learned”) ให้คะแนนความตั้งใจของตัวเองเท่าไหร่ มีคำถามหรือข้อเสนอแนะอะไรเพิ่มเติมไหม เป็นต้น

The Plankton : ผลลัพท์จากการสอนของเราออกมาเป็นอย่างไร

ซินอ้าย : ผู้เรียนดู Active กับการเรียนมากขึ้น เราจะสังเกตได้ว่าใครที่มีข้อสงสัยหรือมีคำถามมากก่อนเรียน ผู้เรียนคนนั้นจะมีความตั้งใจในระหว่างเรียนมากกว่า มีพลังในการมาเรียนทุกครั้ง ระหว่างเรียนเราก็จะพยายามให้กำลังใจ และแทรกเกร็ดความรู้ หรือข้อคิดเข้าไปด้วย เป็นการแชร์พลังบวกให้กันและกัน  ผู้เรียนทุกรุ่นที่ผ่านมา บางคนอาจจะติดมหาลัยในฝัน  บางคนอาจได้มหาลัยในลำดับที่ 3-4 แต่ก็ยังได้เรียนในสิ่งที่เรียน น้องๆ แทบทุกคนมีผลตอบรับที่ดีมาก มีไปแชร์ให้รุ่นน้องต่อบ้าง และมีการติดต่อกันเสมอ สนิทกันแทบทุกคนเลย อาจเป็นเพราะเราเทคแคร์ผู้เรียนแบบพี่น้อง มีอะไรพวกเขาก็สบายใจที่จะพูดหรือปรึกษา ไม่เกิดช่องว่างระหว่างวัยมาก และเรารู้สึกว่าจุดนี้คืออีกจุดที่เป็นข้อดีของเรา

The Plankton : แบ่งเวลาอย่างไร ทั้งเรียนทั้งฝึกฝนแถมยังต้องไปสอนอีก

ซินอ้าย : เรารู้สึกว่ายิ่งยุ่งยิ่งมีเวลา ยิ่งยุ่งยิ่งต้องวางแผนให้ละเอียดและมีวินัยมาก บางคนอาจจะมองว่าทำตั้งหลายอย่างน่าจะเหนื่อยน่าดู แต่เรากลับมองว่าสิ่งนี้มันทำให้เราชีวิตเรา ‘คุณค่า’ การแบ่งเวลาและการมีวินัยมันทำให้เราเคารพตัวเอง ได้ฝึกฝนอบรมตัวเองไปด้วย คิดพัฒนาตัวเองสู่เป้าหมายทีละนิดทุกวัน เราถือคติว่า เมื่อวางแผนแล้ว ต้องลงมือทำทันทีอย่างเคร่งครัด ถ้าปล่อยตัวเองให้ขี้เกียจมาก ๆ เข้าวินัยเราก็จะหย่อน และมันก็เฉื่อยลงไปเลย อีกอย่างทุก ๆ งานที่เราทำมันก็อยู่ในขอบเขตเดียวกันคือ “ภาษาจีน” การสอนก็เหมือนการได้ทบทวนความรู้ภาษาจีนด้วย และอย่างที่บอกในตอนแรกว่าเราค่อนข้างเชื่อมั่นในเรื่องแรงขับเคลื่อนจากเป้าหมายมาก เราพบว่าแรงพลักดันที่ทำให้เราตั้งใจเรียนภาษาจีน และอยากพัฒนาตัวเองให้ดีเยี่ยมขึ้นไปก็คือการสอนภาษาจีน และแน่นอนว่าเมื่อเราไปอยู่ในจุดที่ต้องสอนคนอื่นเราเองก็ต้องมีคำสอนและสอนตัวเองได้มากพอเช่นเดียวกัน  ฉะนั้นเราก็ต้องมีวินัย เป็นต้นแบบให้น้อง ๆ ให้ได้ด้วย

The Plankton :  เคยท้อบ้างไหม เจออุปสรรคบ้างหรือเปล่า หากำลังใจให้ตัวเองอย่างไร

ซินอ้าย : อาจจจะมีเหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง แต่เราไม่เคยถอยจริง ๆ เราบอกกับตัวเองเสมอไม่ว่าจะท้อ หรือเจออุปสรรคแค่ไหน เราจะไม่จะยอมถอยจริง ๆ เราจะเขียนทบทวนตัวเองว่าเราได้เรียนรู้อะไรจากปัญหาและอุปสรรคในวันนี้บ้าง ทบทวนและตกตะกอนออกมา และเราจะบอกกับตัวเองเสมอว่า วันนี้อาจทำไม่ได้บ้างก็ไม่เป็นไร ให้อภัยตัวเอง ขอแค่จะไม่หยุดทำก็พอ เราจะชอบให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอ แบบบอกกับตัวเองในกระจกว่า ซินทำได้! ลุยเลย ! เมื่อทำตามเป้าหมายสำเร็จ ก็จะไม่ลืมให้รางวัลตัวเองเสมอ หรือบางทีก็จะชอบไปเข้าวัด ทำบุญ นั่งสมาธิ รักษาใจให้นิ่ง เมื่อใจมันหยุดนิ่งแล้ว ทำอะไรก็จะมีพลัง

The Plankton :  เป้าหมายสูงสุดในชีวิตกับด้านภาษาจีน

ซินอ้าย : ถ่ายทอดความรู้ภาษาจีนเพื่อคนไทย เพื่อประโยชน์ต่อผู้อื่นให้ได้มากที่สุด และใช้ภาษาจีนเพื่อการเผยแพร่พระพุทธศาสนา

The Plankton :  ฝากอะไรกับคนที่อยากเรียนภาษาแต่ยังกลัว หรือคนที่ท้อกับการเรียนภาษารวมถึงคนที่มีเป้าหมายที่ยังไม่ได้ลงมือทำ

ซินอ้าย : อยากเรียนภาษาจีนให้เก่งต้องอย่ากลัวความผิดพลาด ถ้าเราไม่ลองผิดบ้าง เราก็จะไม่รู้ว่าอะไรถูก เมื่อผิดก็แค่ยอมรับ เรียนรู้ และแก้ไข พยายามทำให้การฝึกฝนเป็นเรื่องที่ง่าย สบาย สนุก เข้าไว้ อย่ากดดันกับตัวเองมากเกินไป แต่ก็อย่าปล่อยให้ตัวเองขี้เกียจจนลืมเป้าหมายว่า เราออกเดินทางเพื่ออะไร เราเรียนภาษาจีนทำไม ภาษาจีนเปลี่ยนชีวิตเรามากมาย และเราเชื่อว่าภาษาจีนอาจจะเปลี่ยนชีวิตคนไทยหลายคนเช่นกัน มีเป้าหมายชัดเจนแล้ว ก็ลงมือทำเลย ลุย !

Visits: 57 | Today: 0 | Total: 40834