แม่พิมพ์แห่งชาติรุ่นใหม่ ที่ให้มากกว่าความรู้

เมื่อได้ยินคำว่า “ครู” ในความคิดของนักเรียนไทยนั้น คงเป็นภาพของหญิงวัยกลางคน ที่ใส่แว่นกลมตรงสันจมูก ท่าทางดุดัน ที่ยืนสอนอยู่ด้านหน้าชั้นเรียนพร้อมกับไม้เรียว นักเรียนมักจะมองว่า “ครู” เป็นสิ่งที่โบราณ เข้าถึงยาก จากช่องว่างระหว่างวัยที่ห่างกัน แต่สิ่งที่ครูรุ่นใหม่ อย่าง “ครูณัฐภรณ์” มีนั้น คือการไม่ได้เป็นเพียงครูที่ให้ความรู้ แต่เป็นทั้งเพื่อนและครอบครัว ที่คอยเข้าใจ และให้ความรักต่อลูกศิษย์

“คุณครูณัฐภรณ์ เฉลยไตร” เธอเป็นคุณครูประจำวิชาภาษาอังกฤษ สอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และ 3 ที่โรงเรียนพนมสารคาม “พนมอดุลวิทยา” ด้วยความไฟแรง ครูณัฐภรณ์ได้เข้าบรรจุที่โรงเรียนแห่งนี้ตั้งแต่อายุ 23 ปี จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 6 ปีกับการรับหน้าที่แม่พิมพ์แห่งชาติที่คลุกคลีอยู่กับเด็ก ๆ โดยครูณัฐภรณ์ยึดคติการเป็นครูไว้ว่า ‘ถ้าเราเป็นนักเรียน เราจะอยากได้คนสอนแบบไหน เราก็สอนแบบนั้น’ จึงไม่แปลก ที่นักเรียนจะรักและสนุกกับการเรียนของเธอ เรื่องราวบนเส้นทางการเป็นครูของเธอจะเป็นอย่างไรนั้น ไปทำความรู้จักกับเธอพร้อม ๆ กัน

The Plankton : อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้เลือกเรียนครู

ณัฐภรณ์:  ที่จริงไม่ได้มีแรงบันดาลใจอะไรเลยที่จะมาเรียนครู ตอนนั้นคิดแค่ว่าอยากเก่งภาษาอังกฤษและก็อยากทำงานราชการ ก็เลยคิดว่าเป็นครูภาษาอังกฤษดีกว่า ได้เรียนภาษาอังกฤษด้วย ได้เป็นราชการด้วย คิดแค่นี้ ไม่ได้มีความเพ้อฝันว่าอยากสอนภาษาอังกฤษอะไรเลย

The Plankton : เคยมีนักเรียนไหม ว่าเราสอนดี สอนเข้าใจ

ณัฐภรณ์ : เด็กจะชอบพูดว่า หนูอยากเรียนกับครู สนุก ไม่น่าเบื่อ

The Plankton : การจะสอนนักเรียน เราต้องนึกถึงอะไรบ้าง

ณัฐภรณ์ : ต้องนึกถึงว่านักเรียนจะได้อะไรจากที่เราสอน พอเรากำหนดวัตถุประสงค์เราก็ต้องมานั่งคิดว่า เราจะสอนยังไงให้เขาได้ในสิ่งที่เราต้องการ ต้องมาออกแบบการสอนในห้องว่า เราจะทำยังไงให้เด็กเข้าใจ ให้สนุกไม่น่าเบื่อ เพราะเราก็นึกถึงตอนเราเองตอนเป็นนักเรียนว่า เออมันน่าเบื่อ ถ้าเราเป็นนักเรียนเราจะอยากได้คนสอนแบบไหน อยากให้กิจกรรมเป็นยังไง เราก็จะสอนเขาแบบนั้น

The Plankton : สำหรับครูณัฐภรณ์ มีเทคนิคการสอนเด็กอย่างไรให้นักเรียนเข้าใจ

ณัฐภรณ์ : ส่วนใหญ่จะจัดกิจกรรมที่เรียกว่า Active learning เพราะเราอยากให้เด็กได้ลงมือทำจริง ๆ พวกเขาจะสนุก และเขาก็อยากเข้าร่วมกิจกรรรมที่เราจัด แล้วเหมือนทำให้นักเรียนมีทัศนคติต่อการเรียนที่ดีขึ้น ตั้งใจเรียนมากขึ้น อีกอย่างเรา เราก็ใช้ภาษาวัยรุ่นในการสอนเด็ก หรืออะไรที่เด็ก ๆ ฮิตพูดกันเราก็เอามาใช้พูดกับนักเรียน เช่น หลวงปู่เค็ม ก็เอามาใช้ในการสร้างสถานการณ์วลีภาษาอังกฤษ แล้วเขาจะเซอร์ไพร์ซมาก เพราะในมุมมองของเด็กเขามองว่าครูเป็นอะไรที่เชย ส่วนในการเรียนที่ต้องท่องจำก็จะเอาเนื้อหามาทำเป็นเพลง อย่างเรื่อง Tense แปลงเนื้อเพลงให้เขารู้สึกสนุกและจำได้

The Plankton : หากมีเด็กไม่ตั้งใจเรียนเรามีวิธีจัดการกับเขาอย่างไร

ณัฐภรณ์ : เราจะใช้วิธีการเล่นเกมตอบคำถามเพื่อแจกไม้ไอติมสี ๆ เป็นคะแนนพิเศษให้ คือเด็กสมัยนี้ติดเกม เราก็จะใช้เกมมาเป็นตัวกระตุ้นให้เขาตั้งใจมากขึ้น หรือถ้าบางคนไม่กล้าตอบเพื่อเอาคะแนนพิเศษ เราก็ใช้การเจาะจงแทน เช่น เธอลองตอบครูมาสิ ครูจะให้ ก็จะมีสิ่งนี้เป็นตัวกระตุ้นให้เขาตั้งใจเรียน แล้วก็กระตุ้นให้เขาเตรียมตัวเพื่อมาตอบเรา

The Plankton : ยึดถือคติตัวเองต่อการเป็นครูอย่างไรบ้าง

ณัฐภรณ์ : เราต้องรักในความเป็นครู  ถ้าเรามีความรักในอาชีพเรา เราก็จะทำตรงนั้นได้เต็มที่ ต่อให้มันจะเป็นงานยาก หรือเจอเด็กดื้อ ถ้าเรามีความรักในอาชีพของเรา เราก็ทำเพื่อเขาได้ เพราะเราอยากพัฒนาเด็ก เราอยากเห็นเด็กมีความรู้ เราอยากเห็นเด็กเป็นคนดี กลายเป็นประชากรที่มีคุณภาพ

The Plankton : เหตุการณ์ไหนที่ทำให้รู้สึกภูมิใจที่สุดในการได้สอนนักเรียน

ณัฐภรณ์ : มีเด็กนักเรียนมาบอกกับเราว่า รอเรียนคาบอาจารย์ทุกครั้งเลย เพราะว่าสนุก เรียนแล้วเข้าใจ เรียนรู้เรื่อง เป็นวิชาเดียวที่หนูรอเรียน ทำให้รู้สึกว่า สิ่งที่ฉันทุ่มเทลงไปมันมีความหมาย มันหายเหนื่อยไปเลย แล้วอีกเหตุกาณ์นึงคือมีเด็กประจำชั้นเก่าที่จบไปแล้วกลับมาหา ก็รู้สึกว่าพวกเขายังไม่ลืมเรา และรู้สึกภูมิใจที่เห็นเขาจบการศึกษาไปเรียนต่อ

The Plankton : ครูที่นักเรียนรักสำหรับครูณัฐภรณ์ เป็นอย่างไร

ณัฐภรณ์ : ไม่ว่าจะนักเรียนหรือใครก็ตาม ทุกคนต้องการคนเข้าใจ ถ้าครูคนไหนที่เข้าใจเด็ก เหมือนไปเป็นเพื่อนเขา ไปเป็นส่วนหนึ่งในความคิดของเขา เด็กจะเห็นว่าครูเข้าใจเรา ครูเขาอยู่ข้างเรานะ แล้วเขาจะรู้สึกว่าเขารักเรา เพราะพวกเขาก็ยังเด็ก เขาก็ต้องการความรักรอบ ๆ ข้าง จากเพื่อน จากครอบครัว ถ้าวันนึงเขาขาด ถ้าครูเข้าไปเติมเต็มในส่วนตรงนั้นของเขา เขาก็เหมือนมีที่พึ่งพิง ไม่ได้ถูกทิ้ง เหมือนเวลาเด็กมีปัญหาอะไรเรื่องเล็กเรื่องน้อย เด็กจะมาเล่าให้ฟังเพราะเขารู้สึกไว้ใจเรา และเราจะไม่มองข้าม เราจะลงไปช่วยเขาแก้ปัญหา เพราะว่าเราจะไม่ทอดทิ้งเขา

The Plankton : จากตอนแรกที่คิดว่าอยากเรียนครูเพราะอยากฝึกภาษา เป็นข้าราชการ แต่หลังจากที่ได้เป็นครูจริง ๆ มีความคิดอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

ณัฐภรณ์ : ที่จริงเริ่มรู้สึกตั้งแต่ตอนฝึกสอน พอฝึกสอนแล้วได้ลองสอนนักเรียนจริง ๆ เราก็รู้สึกว่า จะสอนแบบสักแต่ว่าแชร์ความรู้อย่างเดียวไม่ได้ เราต้องทุ่มเทให้มากกว่าแค่ไปสอนเขาเฉย ๆ เราต้องเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้เขาได้ความรู้จากเรา พอเราไปยืนอยู่ที่หน้าห้อง มีนักเรียนหลายสิบคนรอรับความรู้จากเราอยู่ เราก็ต้องใช้บทบาทที่สำคัญตรงนี้ ถ่ายทอดให้กับพวกเขาได้มากที่สุด

 The Plankton : สิ่งที่แม่พิมพ์แห่งชาติสำหรับครูณัฐภรณ์ต้องการให้มากที่สุด อยากให้อะไรกับลูกศิษย์บ้าง

ณัฐภรณ์ : ครูคือผู้ให้ ซึ่งแน่นอนว่าครูต้องให้มากกว่าความรู้ คือ ต้องให้ความรัก ความเมตตา ให้อนาคต เหมือนเรามีหน้าที่ไปส่งเขาให้เขาได้เดินทางไปในเส้นทางที่ดีที่สุด เมื่อเขาเลือกทางเดินของเขาแล้ว เราก็จะคอยมองดูเขาประสบความสำเร็จอยู่ห่าง ๆ ไม่ว่าเขาจะประสบความสำเร็จไปเป็นคนใหญ่คนโตที่สูงกว่าเรา เราก็ยินดีและรู้สึกภูมิใจกับชีวิตของเขา หรือถ้าใครมีชีวิตที่ไม่ได้ดีเลิศ เราก็ยังมองเขาเป็นลูกศิษย์และให้กำลังใจเขาเสมอ

Visits: 156 | Today: 0 | Total: 40834