“กฎเหล็กของหมอดู ที่ห้ามทักลูกดวง” นักพยากรณ์ จากช่องยูทูบ (Nam Banthita)

           

            เชื่อว่าหลาย ๆ คนสนใจในคำทำนายจากการดูดวงหรือคำพยากรณ์ทางโหราศาสตร์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะดูดวงวันนี้ชีวิตเราเป็นอย่างไรบ้าง ดวงความรักเป็นอย่างไร เสื้อสีมงคลที่ควรใส่ควรเป็นสีอะไร ตามสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ หรือบางคนสนใจที่จะไปดูดวงจากหมอดูโดยตรง ถามเรื่องราวชีวิตของตัวเองในอนาคตจะเป็นไปในรูปแบบใด เพื่อเพิ่มความแน่นอนให้กับชีวิตของตัวเอง เชื่อสิ่งต่าง ๆ จากคำทำนายของหมอดูทุกเรื่อง แต่อย่าลืมว่าหมอดูไม่ได้รู้ทุกเรื่อง และมีกฎข้อห้ามในจรรยาบรรณของตน

            ในวันนี้ทาง The Plankton ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ หมอน้ำ บัณฑิตา พุ่มมูล หรือที่พอจะคุ้นเคย จากช่องยูทูบ (Nam Banthita) ที่เป็นลูกศิษย์ของ อาจารย์ขุนทอง อสุนี ณ อยุธยา สอนไพ่ทาโรต์ (ยิปซี) อาจารย์วิโรจน์ กรดนิยมชัย สอนโหราศาสตร์ยูเรเนี่ยน อาจารย์ปริญ อิสริยาพร สอนไพ่ทาโรต์ (ยิปซี) และอาจารย์มณฑานี ตันติสุข สอน โหราศาสตร์กรรม / โหราศาสตร์คู่แท้

            หมอน้ำ มีเรื่องราวมากมายจากประสบการณ์ที่ดูดวงมามากกว่า 20 ปีและทัศนคติต่าง ๆ มาฝากทาง The Plankton จากการสัมภาษณ์ผ่านช่องทางการสนทนาผ่านโทรศัพท์เกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ ของกฎข้อห้ามทักคนที่จะมาดูดวงรวมไปถึงจรรยาบรรณของหมอดูเราไปดูกันว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

The Plankton : กฎเหล็กของหมอดูมีอะไรบ้างที่ห้ามทักลูกดวงเลยถึงจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

หมอน้ำ : ตามที่เรียนโหราศาสตร์มาอาจารย์ก็จะสอนในเรื่องของกฎข้อแรกก็คือ ห้ามทักว่าเขาจะเสียชีวิตเมื่อไหร่ เพราะว่า การทักแบบนั้น บางคนอาจมองว่ามันดีถ้าเขารู้ล่วงหน้าเขาก็จะได้วางแผนชีวิตถูกว่าเขาควรจะทำอะไร ๆ ก่อนหลัง อย่าลืมว่ามนุษย์ทุกคนโดยภาพรวมก็กลัวความตาย เพราะว่าบางคนที่รู้เรื่องนี้ อาจจะทำให้เขารู้สึกจิตตก ทำให้เขารู้สึกกังวล จนอาจจะขาดสติในการใช้ชีวิต มันมีผลเสียมากกว่าผลดี มันจึงเป็นกฎเหล็กที่เราห้ามทักเรื่องนี้ 

              อย่างกรณีที่คนป่วยหนัก ๆ ป่วยเรื้อรังที่แย่เเล้ว เราเห็นในเชิงชะตาที่เขามาดูมันแย่จริง ๆ เราก็ถูกสอนมาว่า จรรยาบรรณหมอดู ไม่มีว่าจะเรียนไพ่จากอาจารย์ขุนทอง อสุนี ณ อยุธยา สอนไพ่ทาโรต์ (ยิปซี) หรือโหราศาสตร์กับอาจารย์วิโรจน์ กรดนิยมชัย สอนโหราศาสตร์ ยูเรเนี่ยน คือเราจะพยากรณ์ในสิ่งที่ไพ่บอก แต่ไม่จำเป็นที่จะพยากรณ์หมดทุกเรื่องอย่างที่ไพ่บอก หรือถ้าใช้ศาสตร์โหราศาสตร์เราอ่านดวงเขาตามที่ดวงดาวบอก แต่ว่าไม่ต้องบอกทุกเรื่องอย่างที่ดวงดาวบอก ถ้ามันไม่มีประโยชน์และมันก็ต้องดูกาลเทศะ การทักเขาว่า ป่วยหนักนะ ทำใจนะ จะเสียชีวิตแล้วนะ อีกเดือนหนึ่งคุณก็จะตายแล้ว ห้ามเลย มันบั่นทอนกำลังใจ ในเรื่องของกำลังใจเป็นเรื่องสำคัญมากคนป่วยหลาย ๆ คนอยู่ได้ยาวนานเพราะกำลังใจที่ดี อย่าปากพล่อยถ้าสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ไม่ควรพูด อันนี้เป็นกฎเหล็กเลย

            กฎข้อที่สอง ก็คือ ห้ามทักในเรื่องของคนสองคนเป็นคู่กันหรือไม่ คนนี้ใช่คู่ไหม ในเส้นทางการทำงานจะถูกถามคำถามนี้เยอะเหมือนกัน คนที่คบอยู่คนที่อยู่ด้วยกันใช่คู่ไหม เราก็จะถามเขากลับไปว่า แล้วถ้าหมอน้ำบอกว่าไม่ใช่ แล้วจะเลิกกันเหรอ (หัวเราะ) 

            ส่วนมากที่มาถามแสดงว่าความรักของเขากำลังมีปัญหา เท่าที่เรามีประสบการณ์เขาไม่อยากเลิกหรอก (หัวเราะ) คือเขาคงไม่รู้จะแก้ไขปัญหาในความสัมพันธ์นั้นยังไง คำถามเขาก็เลยออกมาในลักษณะนั้น แต่ว่าถ้าเป็นคำถามลักษณะนี้เราก็จะไม่ทายเหมือนกัน เราก็เลยบอกว่า มันไม่ใช่คำถามที่คุณอยากรู้  จริง ๆ หรอก แล้วมันก็ไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหาในเรื่องของความสัมพันธ์ เราก็จะมุ่งเน้นในการพูดเพื่อปรับมุมมอง (Mindset) เขาใหม่ จะเน้นในเรื่องของการกลับไปแก้ไข พฤติกรรมนิสัยบางอย่างของตัวเราก่อน ขนาดเปลี่ยนนิสัยบางอย่างของเราบางทีเรายังเปลี่ยนไม่ได้เลยนี่ขนาดตัวเรา 

            แล้วในความสัมพันธ์ที่พี่น้ำพบปัญหาก็คือ ไม่พูดความจริง เอาทนเข้าว่า มันเหมือนกับคนที่มีปัญหาด้านความสัมพันธ์ ก็เอาทน เราควรจะพูดกันแบบตรงไปตรงมา ถ้าในฐานะคู่รัก อะไรรับได้อะไรรับไม่ได้ในความสัมพันธ์ แล้วมันจะทำให้เราปรับปรุงและพัฒนากันและกันอยู่ตลอดเวลา 

            เราก็จะบอกคนที่มาดูว่าถ้าเราเปลี่ยน เเล้วเขาไม่เปลี่ยนก็แน่นอนว่ากฎของเเรงดึงดูด มันดึงดูดคนที่เหมือนกันเข้าหากัน ถ้าเราเป็นคนแบบหนึ่ง แล้วเราไปเจอคนอีกแบบหนึ่ง อย่างไรธรรมชาติก็ผลักออกจากกันโดยอัตโนมัติ เหมือนเพื่อนบางกลุ่มที่ไม่เข้าพวก สักวันหนึ่งเพื่อนที่มีความคิดทัศนคติที่มันไม่ตอบรับกัน ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน คนรักก็เช่นกัน มันวัดกันที่ระดับจิตที่มันเสมอกัน 

จะไม่เน้นในเรื่องของชีวิตคุณจะต้องเป็นไปตามไพ่ เป็นไปตามดวงชะตาที่ตั้งมา เราเน้นไปทางแก้ไขที่พฤติกรรมตัวเราเป็นหลัก เพราะว่าทุกอย่างเปลี่ยนได้ ทุกคนมีสิทธิ์ที่ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา 

การดูพยากรณ์มาตลอด 20 ปี จะเป็นแนวนี้เสมอ เราจะไม่เน้นไปตอบคำถามว่าใช่คู่ไม่ใช่คู่ เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่ต้องตอบ มันต้องให้ความรู้ให้สติเขา ให้เขาไปแก้ไขปัญหาโดยวิธีการง่าย ๆ ไม่ต้องไปเชื่อว่า ถ้าบอกว่าไม่ใช่แล้วให้ไปเลิกเเล้วเราไปเชื่อตามไม่มีสติแบบนั้นไม่ได้ เราจะมาให้ดวงชะตานำเราไม่ได้ เราจะต้องนำดวงชะตาเรา ใช้แผนที่ชีวิตเราหรือดวงชะตาเราเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา ผลิกสถานการณ์ถ้าตอนนี้มันสุ่มเสี่ยง การดูดวงเหมือนกับดูจังหวะของชีวิต มากกว่าจะให้มาเชื่ออย่างงมงาย 

กฎข้อที่สาม ลูกคนไหนพึ่งได้และพึ่งไม่ได้ อันนี้คือกากบาทเลยของคนที่จะพยากรณ์ เพราะ สมมติว่ามีคนมาถามเรา ครูบาอาจารย์ก็จะสอนว่า ถ้าคน ๆ นั้นที่มารับคำพยากรณ์เขาเชื่อหมอดู ร้อยเปอร์เซนต์ บอกว่าลูกคนโตจะพึ่งไม่ได้ลูกคนเล็กจะเพิ่งได้ เขาก็จะกลับไปปล่อยปะละเลยลูกคนเเรก เพราะเขาคิดว่าลูกคนแรกจะพึ่งอะไรไม่ได้ก็จะเลี้ยงแบบตามมีตามเกิด เขาก็จะไปเปย์คนที่สองที่หมอดูบอกว่าจะพึ่งได้ซึ่งโอกาสเสียคนก็จะสูง แล้วถ้าไปเลี้ยงดูปูเสื่อตามอกตามใจลูกคนเล็ก คนเล็กก็เสียคน เพราะว่าคุณเลี้ยงดูเขาแบบเปย์สปอย เพราะคุณคาดหวังว่าเขาจะพึ่งได้ มันจะเสียคนทั้งคู่มันจึงเป็นข้อเสีย 

            ตัวอย่างมีเยอะมาก คนดูดวงส่วนมากคือคนชอบดูดวง จะดูไปเรื่อย ดูไปทุกหมอ ดูไปทุกสำนัก  แต่ถ้าหลุดมาถึงเรา เราจะอธิบายว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราจะตอบคำถามได้ อย่าลืมนะ ทุกอย่างเป็นเรื่องของกฎแห่งกรรม เราบอกเขาว่า ถ้ามีคำถามเนี่ยหลัก ๆ จรรยาบรรณถามไม่ได้ ตอบไม่ได้ เพราะว่ามันจะทำให้กรรมนั้นตกอยู่กับเด็ก

            เราก็จะถามเขาไปว่าในขณะที่พ่อเเม่ของคุณมีชีวิตอยู่ (เจ้าชะตาที่มาดูดวง) ถ้าพ่อแม่ในสมัยที่อยู่ในชีวิตกับเรา ถ้าท่านยังไม่ไปไหน วันนี้เราดูแลท่านยังไง ถ้าเราดูแลพ่อแม่เราเต็มตามศักยภาพที่เราทำได้ คุณได้รับสิ่งนั้นจากลูกอยู่เเล้ว มันเป็นเรื่องกงกรรมกงเกวียน ทำอะไรก็ได้อย่างนั้นเราก็จะอธิบายอย่างนี้

The Plankton : คำถามแบบไหนถึงจะถามได้

หมอน้ำ : ในเรื่องของเด็กคนนี้มีแนวโน้มที่จะเรียนด้านไหนแล้วจะประสบความสำเร็จ ดูแผนที่ชีวิตช่วยให้เขาวางแผนในเรื่องของการศึกษา ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จได้ง่ายกว่า เขาไม่ชอบดนตรี แต่พ่อแม่อยากให้ลูกเป็นนักดนตรีจะเป็นไปได้ไหม หรือดวงเขาเกิดมาไม่ได้ที่จะเป็นหมอได้ แต่ฝั่งพ่อแม่เป็นหมอแต่จะเอาฝั่งตัวเองไปยัดเยียดใส่ลูกมันก็ไม่ควรเราก็จะชี้ให้เห็นความเป็นจริง ว่าชีวิตเขาบางทีเป็นอะไรที่เขาควรได้เลือกเอง เราจะเน้นแบบนี้มากกว่า

            เพราะว่าจะมีพ่อแม่จำนวนหนึ่งที่กระซิบก่อนดูดวงกับลูก บอกว่าอย่าบอกให้เขาไปต่างประเทศนะ ลูกอยากไปเรียนต่างประเทศ แล้วสอบชิงทุนผ่านเเล้วด้วยแต่พ่อแม่ไม่อยากให้ไป เขาก็เลยอยากมาดูดวง ให้หมอน้ำช่วยพูดแบบนี้ได้ไหม มีแบบนี้ด้วยนะ (หัวเราะ) เราก็จะบอกว่า เดี๋ยวนะ คือ พี่คะเด็กเขาเกิดมา born to be (เกิดมาเพื่อสิ่งนี้) เรื่องอะไรก็ควรให้เขาได้ทำอย่างนั้น เพราะนั้นคือความสุขของเขา การได้ทำอาชีพที่ตัวเองรัก รู้ไหมว่ามันโคตรมีความสุขขนาดไหน พี่จะให้ลูกทำอาชีพที่มันไม่โอเคเหรอ พี่เอาความฝันของพี่ไปใส่กับเขาได้อย่างไง พี่ลองคิดดู ดี ๆ

            หมอน้ำจะอ่านตามดวง ว่าเขาควรจะไปในทิศทางไหน ขออนุญาตที่จะต้องอ่านตามดวงมันเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของเด็ก เราไม่ควรเอาความฝันของเราไปฝากไว้กับเขา มันไม่ใช่หน้าที่เขาที่จะต้องทำตามความฝันเราเขาสามารถประสบความสำเร็จในแนวทางที่เขาเลือกเองได้ ไม่ใช่หรือ เขาควรได้ทำตามอาชีพที่เขารักไม่ใช่เหรอคะ เขาก็เลยยอม และเขาก็ประสบความสำเร็จในเรื่องของสิ่งที่เขาเลือกเอง 

The Plankton : ไม่เข้าไปมีส่วนร่วม ในการตัดสินใจของผู้ที่มารับการดูดวง

หมอน้ำ : เราจะดูดวงแนวแบบว่าเสมือนเป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้อง ที่มาปรึกษากันมากกว่าว่าแล้วคิด อย่างไงอะไรอย่างไร ในฐานะที่เราฟังชีวิตคนมาเยอะ เราก็จะมีอะไรสะสมไว้ในสมองเยอะ เพราะเราฟังชีวิตคนมาหลากหลายก็จะมีแนวความคิดหรือว่าอะไรหลาย ๆ อย่างมาแชร์กัน แต่ก็จะไม่ได้ชี้นำว่าแบบเขาควรที่จะทำตามที่เราพูดหรือเปล่าเพียงแต่ให้แนวคิด สิทธิในการที่เขาจะตัดสินใจเป็นคนที่มารับคำพยากรณ์ ไม่ใช่สิทธิของหมอดู เราไม่ชี้ชะตาเขา เราเพียงให้ข้อมูลตามวิชาความรู้ที่เราเรียนมาเท่านั้น

The Plankton : ก็ไม่ได้กำหนดเส้นทางชีวิตของเขาใช่ไหม

หมอน้ำ: .ใช่ ไม่ได้กำหนด เราจะไม่กำหนดเส้นทางชีวิตเขา เราเพียงแต่ให้ข้อมูลที่ให้เขาได้ไปคิด ตัดสินใจเอง ถ้าเรื่องที่มันผิดศีลธรรม ก่อให้เกิดความการผิดศีลธรรม เราก็จะให้เขาเปลี่ยนความเห็นที่ผิด ถ้าเป็นคนพุทธมันพูดกันง่าย แต่ถ้ามีคนต่างศาสนาก็จะบอกว่า ลองดูว่ามันขัดต่อศีลธรรมไหม

              อย่างกรณีรักสามเศร้า ก็จะเกิดขึ้นเยอะ หมอดูไม่ได้มีหน้าที่ไปบอกว่าเธอทำผิดศีลหกอย่างนี้ ๆ ไม่ใช่นะมันไม่ใช่หน้าที่ เราเพียงแต่ให้ข้อมูลเขา ว่ากรรมเก่าไม่มีใครรู้หรอก ว่ามันทำกันมาอย่างไง เราจะแนะนำว่าถ้าเราเป็นชาวพุทธให้เราภาวนาเยอะๆ วิปัสสนากรรมฐาน ทำบุญขนานไป พยายามประพฤติปฏิบัติ คือเพิ่มระดับบุญ กรรมบางอย่างมันเปลี่ยนไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะไม่ทำบุญในชาติปัจจุบัน ยิ่งเราทำบุญมากเท่าไหร่ กรรมที่เราจะรับตรงนั้นมันอาจจะเบาบางลง มันจะทำให้เรื่องนี้หลุดออกไปเอง หรือการนั่งสมาธิเยอะๆ เพราะการนั่งสมาธิมันคืออนิสงค์สูงสุด มันเป็นการเก็บบุญระดับแบงค์พัน การเจริญปานสติ เป็นการแก้กรรมในชาติปัจจุบัน 

The Plankton : หมอดูที่ดูดวงของผู้อื่นต้องรับกรรมของเขาไหม

หมอน้ำ : ไม่ มันไม่เกี่ยวกัน เพราะว่าเราไม่ได้ไปชี้นำเขาเลย อย่างลูกคนนี้พึ่งได้พึ่งไม่ได้ เราไม่ได้มีสิทธิส่วนร่วมในการชี้ เพราะฉะนั้นมันไม่รับกรรม และในหลักศาสนาพุทธ พระพุทธองค์ตรัสว่า กรรมคืออะไร กรรมคือ เจตนา เจตนาคือมันผิดตั้งแต่ไหน อย่างกรรมด้านใดแรงสุดใช่ไหม ก็จะมี กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อย่างมโนกรรม ความคิดเเรงสุด เพราะว่าเราคิด เรานึก เรารู้สึก เราจึงพูดเราจึงทำ เพราะฉะนั้น กรรมเกิดจากการเจตนา ถ้าใจเราเจตนานั้นคือเกิดกรรม และสิ่งที่เราอธิบายมาตั้งแต่ต้น มันก็จะหมดคำถามที่แบบหมอดูต้องรับกรรมไหม เรามีแต่ความปรารถนาดีให้คนที่เข้ามาหาเรา เรามีแต่คำแนะนำดี ๆ เราชี้ทางให้เขาเห็นทางสว่าง อย่างเช่นถ้าเขามาถามว่า จะไปขโมยของคนเนี่ยสำเร็จไหม (หัวเราะ) อันนี้คือเราชี้เต็ม ๆ

The Plankton : เคยเจอเคสที่มาถามเกี่ยวกับการทำแท้งไหม

หมอน้ำ : อันนี้เคยเจออยู่สองเคส ที่ถามว่าทำแท้งดีไหม ครูบาอาจารย์เราก็สอนมาเเล้วว่า ว่าเราจะตอบคำถามนี้ยังไง แต่อย่าลืมนะว่าชีวิตคนเรามันมีสิทธิ์ผิดพลาดได้ วัยรุ่นเด็ก ๆ น้อง ๆ มีโอกาสที่จะผิดพลาดได้ด้วยการที่ไม่รู้ เคยเจอน้องอยู่คนหนึ่ง เขาก็ไม่เด็กประมาณ 20 กว่าๆ เขาเกิดพลาด รู้ทีหลังว่าเขาตั้งครรภ์เลยมีความเครียด ก็มาปรึกษาเราว่า เขาควรจะเอาเด็กออกไหม ด้วยความที่เขาก็มีศีลธรรมกลัวบาปกลัวอะไร เราบอกว่าจะเอาออกทำไม เขาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเรา การเอาเด็กออกคือการผิดศีลข้อ 1 เลยนะ เเล้วเจตนาด้วย เพราะว่าวิบากกรรมที่มันแรง มันขึ้นอยู่กับว่าคุณเจตนาหรือเปล่า ก็เลยบอกน้องในเคสนี้ไปว่า ถ้าน้องเอาเขาออกเท่ากับว่าน้องผิดศีลข้อแรก ฆ่าคนหนึ่งคนวิบากกรรมแรงมากแล้วน้องเจตนาด้วยเพราะน้องคิดไง เพราะฉะนั้นเอาเขาไว้เขาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไข รู้ไหมว่าการเกิดเป็นมนุษย์มันอยากขนาดไหน เอาสิ่งนี้ไปสารภาพกับพ่อเเม่ เราก็ดูไพ่ให้เขาเราบอกไปว่า พ่อแม่หนูจะช่วยเลี้ยงเด็กคนนี้แล้วเด็กคนนี้จะเป็นอภิชาตบุตร 

            เขาบอกว่าเขากังกล เพราะว่าแฟนเขาบอกว่าถ้าไม่เอาเด็กออก ให้ตังค์มาด้วยนะ ถ้าไม่เอาเด็กออกจะไม่กลับมาคืนดี เราเลยบอกว่าถ้าผู้ชายคนไหนที่มันไม่รักแม้กระทั่งเลือดเนื้อเชื้อไข มันไม่มีความเป็นมนุษย์ น้องควรจะดีใจเเล้วก็เฟดมันออกไปจากชีวิตเเตะมันออกไปจากชีวิตลองคิดดูลูกเขาเลือดเนื้อเชื้อไขเขาเขายังไม่รัก เขายังให้น้องกำจัดออกแล้วน้องเป็นอะไรกับเขา ดีเอ็นเอเดียวกันไหม เขาก็เลยนิ่ง 

            เราบอกเขาไปว่าพ่อแม่เราจะยอมรับเรา กลับไปสารภาพกับท่านว่าเราผิดเราพลาดอะไร เเล้วท่านจะช่วยเลี้ยงดูลูก แล้วน้องจะไม่รู้สึกเป็นตราบาปของชีวิตน้อง และไอ้ผู้ชายใจบาปหยาบช้าคนนั้น น้องโชคดีเเล้วที่มันเผยธาตุเเท้ให้เห็น ณ ตั้งแต่วันนี้ เขาก็เชื่อนะ ไม่มีพ่อแม่คนไหนฆ่าลูกตายหรอกเชื่อหมอน้ำ เขาให้อภัยหนูอยู่เเล้ว เพียงแต่ว่าหนูอาจจะกลัวและกังวลไปเอง อันเนี่ยหลานเขานะ คำถามก็จะเจอประเภทนี้เหมือนกัน

The Plankton : ทราบมาว่าหมอน้ำเปิดสอนอ่านไพ่ต่าง ๆ สิ่งที่ยากที่สุดในการทายไพ่คืออะไร

หมอน้ำ : ยากที่สุดในการทายไพ่เหรอยากเหรอ (หัวเราะ) ไม่ยาก คืออย่างนี้เวลาเราสอนลูกศิษย์ จะบอกลูกศิษย์ว่า เราจะมีหนังสือที่เขียนไพ่ดูดวง แล้วถ้าคุณไม่มั่นใจให้เปิดตำราดูก่อน เพราะตำราที่เขียนมามันถูกใช้มานานมาก จากครูบาอาจารย์จากประสบการณ์ โอกาสผิดมันจะน้อยถ้าไม่ชัวร์ในการอ่านไพ่ก็เปิดตำรา

            สมัยก่อนที่เราเป็นนักพยากรณ์ใหม่ๆ เราได้ตำรามาพร้อมไพ่เราเริ่มต้นจากการเปิดตำราอ่าน เปิดตำราของอาจารย์ขุนทอง (อาจารย์ขุนทอง อสุนี ณ อยุธยา) แล้วก็อ่านไพ่ทุกใบให้ลูกค้าฟัง เเล้วก็จะบอกเลยว่าเป็นหมอดูมือใหม่ เพิ่งเรียนจบพึ่งศึกษาขออ่านตำราให้ฟังแล้วพอการอ่านจากตำราที่ ครูบาอาจารย์ที่เราเขียนมันตรง ลูกค้าก็จะมีรีวิว ๆ กลับมา เพราะฉะนั้นถ้าอะไรที่มันเป็นความหมายที่ไม่ใช่อย่าพูดเสริม อย่าเติม อย่าแต่ง กลับไปที่จรรยาบรรณข้อแรกที่ว่า ต่อให้ใช่แต่ถ้าไม่มีประโยชน์ก็ไม่ต้องพูด 

            เพราะฉะนั้นการดูดวงไพ่ที่ยากที่สุดเรามองว่า มันไม่ได้ยากหรอก มันมีแพทเทิร์นที่มันสำเร็จรูป อย่างเช่นการวางผังไพ่อย่างไร ไพ่ใบนี้มีความหมายอย่างไร จำไม่หนังสือก็มีให้เขาอ้างอิง ซึ้งมันเป็นไปตามแพทเทิร์นอยู่แล้ว มันไม่ได้ใช้เซ้นส์อะไรขนาดนั้น ในวิชาความรู้ที่เรียนมามันเป็นหลักวิชาการ ไพ่ใบนี้มีความหมายว่าอะไร เวลามันขึ้นมาความหมายก็เป็นแบบนี้เป็นแพทเทิร์น ถ้าใช้มันบ่อย ๆ ก็ไม่มีอะไรยาก แค่อ่านไปตามเเพทเทิร์นของมัน ใบนี้คือเจ้าชะตา ใบนี้คือช่วงอายุเท่าไหร่ ใบนี้คือดวงเดือนอะไร มันมีรูปแบบของมันอยู่เเล้วสำหรับไพ่ทาโรต์ 

            สำหรับลูกศิษย์ที่เราเคยถาม สิ่งที่ยากเป็นเรื่องของการเชื่อมโยงไพ่ มือใหม่ไม่มีใครเชื่อมโยงได้คุณต้องอ่านทีละใบ เราก็เริ่มต้นจากการอ่านทีละใบเปิด 10 ใบ เราก็ต้องอ่าน 10 ใบให้ลูกค้าฟังอ่านตามตำราด้วย ตามตำราที่ครูบาอาจารย์เราสอนมาใบแรกเราก็นั่งอ่านเลยตั้งแต่บรรทัดแรกถึงบรรทัดสุดท้าย 10 ปีแรกเราดูดวงไม่ได้เก็บค่าครูดูเป็นดวงครู เพราะเราไม่ได้ทำเป็นอาชีพ เราทำเพราะเราชอบ ใครอยากดูก็มาดู (หัวเราะ) มือใหม่ไม่มีใครเชื่อมโยงได้ แต่ประสบการณ์จะทำให้เรารู้เอง          

The Plankton : หลีกเลี่ยงคำพยากรณ์ที่ส่งผลเสียให้กับผู้ที่มาดูดวงหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวโยงถึง

หมอน้ำ: กลับไปที่จรรยาบรรณข้อแรกที่ว่า ต่อให้ใช่แต่ถ้าไม่มีประโยชน์ก็ไม่ต้องพูด สมมตินะ ดูดวงอยู่เห็นและโอกาสในชีวิตเขา น่าจะมีเรื่องปัญหาสามเส้าเข้ามา ไม่ต้องทายถ้าเขาไม่ถาม ไม่ต้องไปบอกให้เขาเกิดความระเเวงและแตกแยก ยกเว้นถ้าเขาถาม แบบแฟนเขาแปลก ๆ เเล้วเราเห็นไพ่ มันก็ออกมาก็มีแนวโน้มสูง ก็ให้กลับไปเปลี่ยนที่ตัวเอง ไม่ใช่ให้ไปตามราวีหรือจับผิด เพราะมันจะทำให้ความรักมีปัญหาทันทีจากการที่เขาแค่แอบ ๆ ทำผิดอาจแค่พลั้งเผลอสนุกสนาน ถ้าเรามีสติในการรับมือ เราก็กลับมาดูแลเขาเป็นพิเศษใช้สติในการแก้ปัญหา ไม่ใช่ไปตามดูโทรศัพท์ ไปหาเรื่องเธอไปมีคนอื่น จากการที่มันไม่มีปัญหามันก็จะกลายเป็นมีปัญหา เพราะบางที่จากคำที่เราบอกเขาไป เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงอะไรที่มันจะทำให้มีปัญหา ถ้าจะพูดอะไรที่มันไม่มีประโยชน์อย่าพูด ให้พูดหลีกเลี่ยงแบบลองดูนะดูแลใส่ใจเขานิดหนึ่งเอาอกเอาใจเขาหน่อยเพื่อรักษาความสัมพันธ์ 

จากประสบการณ์เรา ผู้ชายที่ไปมีนอกมีในอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เดียวเดี๋ยวก็กลับมา ซน ๆ รักสนุกผู้ชายไม่เจ้าชู้ไม่ใช้ผู้ชายหรอกบอกได้เลย ถ้าผู้ชายไม่เจ้าชู้คือเกย์ ไม่มีหรอก ไม่มี (หัวเราะ) ทุกครัวเรือนเลยดีกว่าเจอเรื่องแบบนี้ แต่ถ้าเขาเลวสุดติ่งกระดิ่งแมว เราก็ได้แฟนใหม่ที่มันศีลเสมอกัน ไม่ดีเหรอ (หัวเราะ)                                                                                                                                                   

The Plankton : ฝากข้อคิดสำหรับคนที่จะมาดูดวง

หมอน้ำ: ถ้าเป็นประเด็นของเราอยากฝากคือ อย่าไปฝากความหวังไว้กับนักพยากรณ์ (หัวเราะ) ว่าเขาจะต้องเป็นคนที่รู้ทุกเรื่อง เราจะต้องไม่มองว่าเขาเป็นเทพ เป็นผู้วิเศษ เป็นคนที่เหนือมนุษย์ อยากให้คนที่เข้ามาดูดวงอย่าไปคิดว่าหมอดูคือผู้หยั่งรู้ คือรู้ทุกเรื่องที่ผิดพลาดไม่ได้ มนุษย์ก็คือผิดพลาดได้ทั้งนั้น  

            ดูอย่างมีสติ เอาคำพูดของคนที่เราไปรับคำพยากรณ์มาคิดมาทบทวนด้วยจะดีมาก ว่าสิ่งที่เขาพูดมามันมีเหตุมีผลไหมมีประโยชน์ตรงไหน ถ้ามันมีประโยชน์เราก็เก็บเกี่ยวสิ่งนั้นมาปรับปรุงใช้ในชีวิต ถ้ามันไม่มีประโยชน์อย่าไปจิตตก ดูให้มีสติแล้วก็ต้องรู้เสมอว่าหมอดูก็คือคนธรรมดาคนหนึ่งไม่ได้ผู้วิเศษ เพราะฉะนั้นจะไปฝากความหวังว่าเขาทายก็ต้องรู้นู้นนี่นั้น ไม่มีอะไรเหนือกฎแห่งกรรม         

            อันนี้คือฝากไว้สำหรับคนที่จะมาดูดวง ไม่ว่าจะเดินไปหานักพยากรณ์คนไหนก็ตาม คุณก็ควรมีสติในการที่จะดู แล้วหลังจากการดูแล้วก็ไม่ต้องจิตตก เพราะชีวิตมันเปลี่ยนได้ เราจะพูดในคลิปทุกคลิปว่า  ทุกคนมี Free Will ชีวิตทุกคนเปลี่ยนได้ ถ้าเราเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนตัวเอง เปลี่ยนจุดหมายอะไรบางอย่าง ทุกสถานการณ์มันเปลี่ยนหมด ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นไปตามดวงเสมอไป ยกเว้นเรื่องนั้นเป็นกรรมที่จะต้องเกิดขึ้นจริง ๆ นั่นก็คือกรรม ไม่มีอะไรอยู่เหนือกฎแห่งกรรม

                                       

Visits: 324 | Today: 1 | Total: 46639