เขตแฟนโซน

วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก บรรยากาศในโรงเรียนเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย หัวร่อต่อกระซิก ที่ต่างคนก็ต่างเล่าเรื่องราวตอนปิดเทอมของตนกันอย่างสนุกสนาน

ทุกคนดีใจมากที่ได้กลับมาเจอกัน บางคนก็มาพร้อมของฝากจากการไปเที่ยวเต็มไม้เต็มมือ บางคนก็กลับมาพร้อมของใช้รุ่นลิมิเต็ด แต่ส่วนตัวฉันในปีนี้กลับมาพร้อมภารกิจที่ยิ่งใหญ่ คือการคว้ารุ่นพี่ที่แอบชอบมาเป็นแฟนให้ได้!!!

ไม่รู้ว่าการที่คนเราอยากไปโรงเรียนจะมีเหตุผลอะไร แต่รู้แค่ว่า “จูเน่” คนนี้มีเหตุผลเดียวที่อยากมาโรงเรียนก็เพราะ….อยากมาเจอพี่มิน รุ่นพี่ม.6 ที่ฉันแอบชอบมานานเกือบ 3 ปี !!! เขาเป็นรุ่นพี่สุดฮอตของโรงเรียน คนอะไรไม่รู้จะดีไปซะทุกอย่าง ทั้งหน้าตา การเรียน ฐานะทางบ้าน เรียกได้ว่าครบจบในหนึ่งเดียวแบบไม่ต้องหาเพิ่มเลย สาว ๆ นี่ตามให้ของขวัญตลอด แต่ก็ไม่เคยมีใครได้เป็นแฟนกับพี่เค้าสักคน รวมถึงตัวฉันด้วย เพราะคนขี้อายอย่างฉันก็ทำได้แค่เพียงมองอยู่ไกล ๆ แอบชอบพี่เขาไปวัน ๆ เห้ออออ…
คิดแล้วก็เศร้า อยากเป็นแฟนพี่เขาจัง จะทำยังไงดีนะ

“คิดอะไรอยู่ ยัยจูเน่!” เสียงทักทายจากเพื่อนรักของฉันเอง มันชื่อว่าแบม

“คิดถึงพี่มินอยู่อ่อวะ” มันยังคงยิงคำถามอย่างต่อเนื่อง

“เออ คิดถึงเรื่องพี่เค้าแหละ ทำไงดี อยากเป็นแฟนกับพี่เค้าอ่ะ แต่ฉันแม่งไม่กล้า” ฉันตอบพร้อมกับถอนหายใจเบาเบา

“โอ้ยยยย แอบชอบมาก็นานละ สารภาพกับพี่เขาไปเลย กล้าๆ หน่อย พี่เขาจะเรียนจบแล้วนะ ระวังจะเสียใจทีหลัง แล้วมาร้องไห้งอแง ฉันไม่ปลอบนะคะ” มันโวยวาย

“กลัวผิดหวังอ่ะ เค้าไม่เคยสนใจฉันเลยนะ หน้าฉันเค้ายังจำไม่ได้เลยมั้ง” ฉันตอบกลับแบบหมดหวัง

“อืม…งั้น…เรามาหาวิธีที่จะทำให้พี่เขาหันมาสนใจแก ดีปะ” มันถาม

“ยังไงวะ มืดแปดด้านมาก” ฉันตอบ

“เดี๋ยวฉันจัดการเอง” มันพูดพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

หลังจากวันนั้นที่คุยกันเรื่องที่จะทำให้พี่มินหันมาสนใจฉัน สามวันถัดมา ยัยแบมก็กลับมาพร้อมหนังสือหนึ่งเล่มด้วยท่าทางแสนดีใจ เพราะมันคือหนังสือคู่มือ 6 วิธีทำให้คนที่ชอบตกหลุมรัก แบมบอกกับฉันว่าเพื่อนเก่าของเธอทำตามหนังสือเล่มนี้ครบหมดทุกข้อจนในที่สุดก็ได้เป็นแฟนกับคนที่แอบชอบ ตอนนี้ก็ยังคบกันอยู่เลย รักกันหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า ตอนแรกฉันฟังก็ไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่ ลังเลว่าจะทำดีไหม จะเป็นจริงอย่างที่บอกจริงเหรอ แต่ยัยแบมก็เร้าหรือให้ฉันทำตามให้ได้ จนในที่สุดฉันก็ใจอ่อนยอมตกลงที่จะทำตามหนังสืออะไรนั่น เพราะมาคิด ๆ ดูแล้ว ลองเสี่ยงดูสักครั้งก็คงไม่เสียหายอะไร เดินหน้าสักหนึ่งก้าวเลิกยืนอยู่กับที่แล้วเอาแต่แอบมองแต่พี่เขาได้แล้ว ผลจะออกมาเป็นยังไงก็ช่าง ปล่อยให้เวลาได้ทำหน้าที่ของมัน สู้เขานะยัยจูเน่คนนี้ เธอทำได้!!

วันนี้จะเป็นวันแรกที่ฉันจะทำตามข้อที่หนึ่งในหนังสือซึ่งก็คือ ทักทายเขาและยิ้มอย่างเป็นมิตร ฉันรวบรวมความกล้ามาทั้งคืนเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ตอนนี้ก็เจ็ดโมงเกือบครึ่งแล้ว  ซึ่งเป็นเวลาที่พี่เขาจะมาถึงหน้าโรงเรียน นั่นไง! พี่เขาเดินลงมาจากรถแล้ว เอาล่ะยัยจูเน่เธอต้องทำได้ ฉันนับหนึ่ง สอง สามอยู่ในใจจนในที่สุดก็รวบรวมความกล้าเฮือกสุดท้ายออกมา

“สวัสดีค่ะพี่มิน” ฉันทักทายพร้อมด้วยรอยยิ้มที่สดใสที่สุดตั้งแต่เกิดมา

“อ่อ..ครับ ดีครับ” พี่มินตอบด้วยท่าทีตกใจ แล้วเขาก็เดินเข้าโรงเรียนไป

ฉันได้แต่ยืนอึ้งกลับสิ่งที่ทำลงไปจนแทบจะก้าวขาไม่ออก ในที่สุดฉันก็ได้คุยกับพี่เขาสักทีต่างจากเมื่อก่อนที่ได้แค่แอบมองอยู่ไกล ๆ ฉันรู้สึกมีความสุขมากในใจนี่แทบจะระเบิดออกมาเพราะความตื่นเต้น ฉันทดลองทำตามข้อที่หนึ่งมาเป็นระยะเวลา 5 วันแล้วคอยยืนรอเพื่อจะทักทายพี่มินในทุก ๆ เช้า และเขาก็ยิ้มตอบกลับฉันมาทุกครั้ง นับวันความน่ารักของพี่เค้ายิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ

เช้าวันที่ 6 ในการยืนรอทักทายพี่มิน ฉันแต่งหน้ามาแบบน่ารักจัดเต็ม แก้มชมพูระเรื่อย ปากอมชมพูด้วยลิปกรอสแท่งโปรด ใครเห็นเป็นต้องพ่ายแพ้ แต่ไม่รู้ว่าพี่มินจะพ่ายแพ้ไหมนะ ลองมาลุ้นกัน

“สวัสดีครับ” นี่ไม่ใช่เสียงฉันค่ะ แต่กลับเป็นเสียงพี่มินที่ทักทายฉันก่อน

“หะ เอ่อ…สะ..สวัสดีค่ะ” ฉันรีบตอบกลับไปด้วยอารมณ์ที่ยังช็อกอยู่

“เรามารอพี่ทุกวันเลยนะ ลำบากแย่” พี่มินพูด

“ไม่เลยค่ะ หนูเต็มใจ” ฉันรีบแย้ง

“’ถ้างั้น..วันนี้เดินเข้าโรงเรียนพร้อมกันไหม” เขาถาม

“ด่ะ…ได้ค่ะ”ฉันตอบตกลงแบบเก็บอาการเขินสุดขีดไว้ข้างใน หน้าแดงแบบยกมาทั้งไร่มะเขือเทศเลยค่ะ กรี๊ดดด..

ระหว่างทางกลับบ้านฉันนั่งนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า นึกทีไรเขินทุกที ทำเอาแม่ประหลาดใจที่อยู่ดี ๆ ลูกก็ยิ้มกับกระจกรถ หนูไม่ได้บ้านะคะแม่ ฉันบอกกับตัวเองว่าพรุ่งนี้จะเริ่มทำภารกิจที่สองแล้ว เพราะรู้สึกเหมือนมีกำลังใจในการสู้ต่อ ภาวนาให้จูเน่คนนี้ไม่นกด้วยเถอะ

และแล้วก็เช้าวันใหม่กับการเริ่มภารกิจข้อที่สองซึ่งก็คือ หาโอกาสช่วยเหลือคนที่ชอบ เพราะมันจะทำให้ทั้งสองคนได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ฉันไม่รอช้ารีบออกตามหาพี่เขาทันที และดูเหมือนว่าฟ้าดินจะเป็นใจให้คนน่ารักอย่างฉัน เพราะพี่มินเพิ่งเดินออกมาจากห้องพักครูพร้อมด้วยกองทัพสมุดแบบที่แบกคนเดียวไม่ได้แน่นอน เอาล่ะ ได้เวลาของนางฟ้าใจบุญแล้ว

“ให้หนูช่วยนะคะ” ฉันถามด้วยน้ำเสียงที่หวานที่สุดในโลก

“ไม่เป็นไร ๆ พี่ถือไหว สบายมาก” พี่มินรีบตอบกลับ

“แบ่งกันถือดีกว่าค่ะ พอดีอาจารย์เขาบอกให้หนูมาช่วยอ่ะค่ะ” ฉันรีบแย้ง (ประโยคหลังคือสร้างเรื่องมากแม่)

“เอ่อ..งั้นก็ได้ครับ ไปชั้น 1 นะ” พี่มินตอบ

“ได้ค่ะ” ฉันน้อมรับด้วยท่าทางดีใจ

พอไปถึงชั้นหนึ่งพี่เขาก็กล่าวขอบคุณฉันมากที่มาช่วย จากนั้นเราก็แยกย้าย ฉันรู้สึกยิ่งชอบพี่เค้ามากขึ้นเรื่อย ๆ จนอยากจะทำให้ครบ 6 ข้อไว ๆ แล้ว

เช้าวันใหม่กับอากาศสดใส ควรค่าแก่การทำภารกิจข้อที่สามนั่นคือ ให้กำลังใจหรือสนับสนุนเขา ซึ่งวันนี้ดันตรงกับวันที่พี่เค้ามีแข่งขันบาสเก็ตบอล ทุกอย่างมันดูเอื้ออำนวยไปหมด ขอขอบคุณผลบุญจากความดีที่หนูทำสะสมมา แม้ว่าจะมีน้อยนิดก็ตาม ฉันตั้งหน้าตั้งตารอให้ถึงตอนบ่ายไว ๆ เพราะจะได้เริ่มทำภารกิจสักที

และแล้วตอนนี้ฉันก็ยืนอยู่ข้างสนามบาส ถึงแม้ฉันจะชินกับการมาเชียร์พี่เขาที่ข้างสนามบาสอยู่บ่อย ๆ แต่ครั้งนี้กลับให้ความรู้สึกต่างออกไป เพราะปกติได้แต่แอบให้กำลังใจพี่เขาอยู่แค่ในใจ แต่นี่จะเป็นครั้งแรกที่ฉันจะได้พูดให้กำลังใจกับเขาแบบโดยตรง ตื่นเต้นชะมัด สัมผัสได้ว่าหัวใจของฉันมันกำลังจะระเบิดออกมาอีกแล้ว…

 “พี่มิน สู้ ๆ นะคะกับการแข่ง” ฉันกล่าวพร้อมยื่นน้ำเปล่าให้

“รู้ด้วยเหรอว่าพี่มีแข่งบาส เก่งจังเลยนะ ยังไงก็ขอบคุณมากครับ” พี่มินตอบกลับโดยที่มือกำลังเปิดขวดน้ำที่ฉันพึ่งให้ไป จากนั้นพี่เขาก็ดื่มมัน

“อ่าส์..ชื่นใจจัง” เขาพูดพร้อมกลับมองมาที่ฉันแล้วฆ่าฉันด้วยรอยยิ้มที่หล่อกระชากใจ

ฉันจะทำยังไงดี รู้สึกเหมือนจะเป็นลมล้มตึง เก็บอาการไว้ยัยจูเน่ ม่าย….

“งั้น..พี่ไปแข่งก่อนนะ” พี่มินกล่าว

“เอ่อ..ค่ะ ไฟท์ติ้ง” ฉันพูดพร้อมทำท่าชูสองนิ้วให้กำลังใจ

การแข่งขันบาสจบลงด้วยชัยชนะของฝั่งพี่มิน คนอะไรเก่งที่สุดในโลกเลย

ภารกิจข้อที่สี่คือ การใส่ใจกับเรื่องของเขา อันนี้เรียกว่าฉันถนัดมาก เพราะจากเป็นแฟนคลับตัวยงมาตลอดเกือบ 3 ปี ฉันรู้ทุกอย่างว่าพี่มินเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร เมื่อวานไปส่องหน้า Facebook พี่เขามาแอบเห็นแชร์โพสว่าอยากได้บัตรคอนเสิร์ต BLACKPINK ซึ่งเป็นศิลปินเกาหลีที่เขาชอบ และที่สำคัญเขาเมนคนที่ชื่อ จีซู ด้วย เรากับเค้านี่มันคนละชั้นเลย แต่!ฉันก็ไม่สนใจหรอกยังไงซะจีซูก็คงมาตามจีบพี่เขาเหมือนฉันไม่ได้ ชนะขาดเห็น ๆ เอาเป็นว่าแผนของฉันคือการไปซื้อบัตรคอนเสิร์ตมาเซอร์ไพรส์เขา เดาว่าพี่เขาต้องประทับใจจนลืมไม่ลงแน่ ๆ

ฉันตื่นตั้งแต่ตี 4 เพราะวันนี้ต้องไปต่อคิวซื้อบัตรคอนเสิร์ต BLACKPINK ให้พี่มิน กับการเรียนยังไม่ทุ่มเทขนาดนี้เลยนะเนี่ย แต่ต่อให้เช้ายังไงก็ไม่ทันพวกแฟนคลับตัวยงอยู่ดี พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยให้หนูได้บัตรไปให้ผู้ชายที่ชอบด้วยค่า

“เอาบัตรนั่งโซน SH แถว A 1 ใบค่ะ” ฉันรีบพูดเพราะกว่าจะถึงคิวฉันมีคนก่อนหน้าประมาณ 4-5 คน แล้วบัตรคอนเกาหลีเรียกได้ว่าเป็นการจองโคตรมหาโหด บางวงคือ 5 นาทีบัตรหมดเกลี้ยง

“แถว A เต็มแล้วค่ะ” พี่พนักงานบอก

“จริงหรอคะ!! งั้นเอาแถวไหนก็ได้ค่ะ” ฉันรีบเสริม

“โซน SH เต็มหมดแล้วค่ะ” พี่พนักงานตอบอีกครั้ง

“หะ!! งั้นเอาโซนไหน ที่นั่งอะไรก็ได้ค่ะพี่ กดให้ได้พอ กรี๊ดดด” ฉันลุกลี้ลุกลน

แท่นแถ๊น ~ น้ำตาจะไหล ในที่สุดฉันก็ได้บัตรคอนเสิร์ตมาครอบครอง อยากให้ถึงพรุ่งนี้ไวไวจังอยากเอาไปให้พี่เขาแล้ว พี่เขาจะดีใจขนาดไหนนะ

            D-Day

            “พี่มินคะ หนูเอามาให้” ฉันพูดพร้อมยื่นบัตรคอนเสิร์ต

            “เห้ย! บัตรคอนเลยเหรอ มันมากไปไหมอ่ะ พี่รับไว้ไม่ได้หรอก เกรงใจ” พี่มินตอบ

            “รับไว้เถอะค่ะ หนูอุตส่าห์ไปต่อแถวซื้อมาให้พี่เลยนะคะ ถ้าไม่รับหนูเสียใจแย่” ฉันตัดพ้อทำท่าทีเศร้า รู้สึกเหมือนจะร้องไห้จริง ๆ นะ

            “เอ่อ..ก็ได้ ๆ พี่รับไว้ก็ได้ ขอบคุณมากนะ” พี่มินพูดพลางหยิบใบในมือฉันไปด้วย

            “ยินดีค่ะ ขอบคุณนะคะ หวังว่าพี่จะชอบ” ฉันกล่าว

            “ชอบ..มาก.. ไว้คราวหน้าพี่จะใช้คืนให้นะครับ น้องจูเน่” พี่มินทิ้งท้าย พูดไปยิ้มไปแถมยังเอามือมาลูบหัวฉันด้วย กรี๊ดดดด

            ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้มาเก็บศพหนูที…….

ภารกิจขอที่ห้าก็คือ การทำเหตุการณ์ให้ดูเหมือนว่าบังเอิญมากที่สุด โดยแผนของฉันก็คือการทำเป็นเจอพี่เขาโดยบังเอิญที่โรงพยาบาล ทำทีว่าไปหาหมอทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าแม่พี่เขาเป็นพยาบาลอยู่ที่นั่น ซึ่งแผนของฉันก็ผ่านไปอย่างราบรื่น

ฉันกลับบ้านและเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ เตรียมตัวสำหรับภารกิจสุดท้ายในวันพรุ่งนี้ ก่อนนอนก็ไม่ลืมสวดมนต์อธิษฐานวอนขอให้ฉันสมหวัง มารอดูกันว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะช่วยได้จริงหรือไม่

ในที่สุดก็เดินทางมาถึงภารกิจข้อสุดท้ายแล้วนั่นก็คือ การอธิษฐานกับด้ายแดง Soulmate ซึ่งวิธีการในข้อนี้คือการที่นำด้ายแดงมาอธิษฐานบอกชื่อคนที่แอบชอบจากนั้นเก็บด้ายแดงไว้กับตัวเองตั้งแต่เช้าพอตกเย็นให้นำด้ายแดงไปให้คนที่แอบชอบพร้อมกับสารภาพรัก คุณก็จะสมหวังได้คบกับคนที่บอกชื่อเอาไว้ ฉันศึกษาข้อนี้มาเป็นอย่างดีรวบรวมความรู้สึกทั้งหมดลงไปในด้ายแดงเส้นนี้ หวังว่าวันนี้จะเป็นไปตามที่หวังนะ

ฉันเก็บด้ายแดงไว้กับตัวตั้งแต่เช้ารักษาเป็นอย่างดี จนตอนบ่ายฉันอยากจะเช็กมันอีกครั้งแต่ฉันกลับพบว่ามันหายไป!! ฉันรู้สึกแย่มากทั้งเสียใจทั้งโกรธที่รักษามันไม่ดี ฉันกับแบมเดินตามหากันทั่วแต่ก็
ไม่เจอ พอมาคิด ๆ ดูก็จำได้ลาง ๆ ว่าตอนเที่ยงเดินชนคนคนนึงที่โรงอาหาร คาดเดาว่าน่าจะทำตกตอนนั้นแต่เมื่อไปหาที่โรงอาหารก็ไม่เจอ ฉันเสียใจมาก หมดหวังแล้วเรา

พอเลิกเรียนฉันกำลังจะเดินออกจากห้องแต่ก็มีคนมาบอกฉันว่า มีคนให้ฉันไปเจอที่ห้องสมุดจะเอาของมาคืน ตอนนั้นฉันงงมากว่าไปลืมของอะไรไว้เพราะในหัวมีแต่เรื่องด้ายแดง แต่ฉันก็ยังไปหอสมุดตามคำเชิญโดยไม่ได้คิดอะไร เมื่อไปถึงฉันช็อกมาก เพราะพบว่าคนข้างหน้าฉันคือพี่มิน!! และเขากำลังเดินเข้ามาหาฉันพร้อมอะไรบางอย่างในมือ

“นี่..ใช่ด้ายแดงของเราไหม” พี่มินถาม

“ช่ะ..ใช่ค่ะ” ฉับตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

“พี่เห็นเราทำตก เลยเอามาคืน” พี่มินพูด

ฉันตั้งสติรวบรวมความกล้าทั้งหมดและคิดว่าจะสารภาพรักกับพี่มิน เป็นไงเป็นกัน ไหน ๆสถานการณ์ก็เป็นใจให้ขนาดนี้แล้ว ลุยกันเลย

“ที่จริง..พี่ไม่ต้องเอามาคืนก็ได้นะคะ มันเป็นของพี่นั่นแหละ คือ..หนูชอบพี่มินนะคะ ชอบมานานแล้วด้วย” ฉันพลั่งพลูคำสารภาพภายในใจที่อัดอั้นออกมา ในที่สุดฉันก็ได้บอกชอบเขาสักที

ฝ่ายนั้นยังคงเงียบไม่ได้โต้ตอบอะไร มันคงเป็นไปไม่ได้ที่พี่เขาจะหันมาสนใจคนอย่างฉัน ฉันมันไม่เจียมตัวเองเลยจริง ๆ มันจบแล้ว จบทุกอย่าง..

“ถ้าพี่ไม่ได้…..” ฉันกำลังพูดต่อด้วยเสียงสั่นเครือ

 “ถ้างั้น…อันนี้ก็ของเรานะ” พี่มินพูดพร้อมกับยื่นมือที่กำอยู่อีกข้างมาให้ฉัน สิ่งที่อยู่ในกำมือนั้นมันคือ ด้ายแดง ซึ่งเป็นคนละเส้นกับของฉัน !!

“พี่ก็ชอบเรานะ ชอบมานานแล้วเหมือนกัน”

พี่มินยิ้มบาง ๆ พรางดันศีรษะตัวเองเข้ามาใกล้ จนหน้าผากของเราสัมผัสกันเบา ๆ

“เป็นแฟนกันนะ…ยัยตัวเล็ก” 

นะ…ในที่สุดพี่มินก็พูดคำนี้ออกมา คำที่ฉันอยากได้ยินมากที่สุด

เราสองคนสบตากัน ไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้น แถมพอได้รู้ว่าพี่มินก็แอบชอบฉันและทำตามหนังสือเล่มเดียวกันกับที่ฉันมีมันยิ่งอัศจรรย์เข้าไปใหญ่ ฉันตกใจมากแต่อีกใจก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกับโลกทั้งใบหยุดหมุน รอยยิ้มของพี่มินมันช่างอบอุ่นเหลือเกิน ถ้ามันเป็นความฝันก็คงเป็นความฝันที่ดีที่สุดในโลก ชีวิตฉันก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วล่ะ Mission Complete!

Visits: 203 | Today: 0 | Total: 68182

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *